ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557 ตอนที่ 11

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557

ตอนที่ 11 การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันจำแนกตามประเภทเสาหลักสำคัญการประเมิน เสาหลักที่ 1 ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions)

Part 2.

cover1

เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดที่สำคัญของตัวชี้วัดด้านสถาบันซึ่งมีทั้งสิ้น 21 ปัจจัยตัวชี้วัด ขีดความสามารถในการแข่งขันที่ประเมินจากปัจจัยชี้วัดจากเสาหลักที่ 1 ด้านสถาบัน (Institutions) ของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC มีความแตกต่างกันอย่างมาก ความเหลื่อมล้ำในศักยภาพการพัฒนาด้านสถาบันของประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้สมาชิกในกลุ่มประชาคม AEC. นั้นมีอันดับขีดความสามาถในการแข่งขันห่างกันราวฟ้ากับดิน สำหรับประเทศสิงคโปร์ที่อยู่ในอันดับที่ 1 ของกลุ่มประชาคม AEC. และอันดับ 3 ของโลกที่มีระดับคะแนนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งต่างจากประเทศพม่าที่อยู่ในอันดับสุดท้ายของกลุ่มประชาคม AEC. มีอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันอยู่อันดับที่ 136 ของโลก ในประเด็นของปัจจัยต่าง ๆ ที่ใช้ในการประเมินในแตละตัวชี้วัดนั้นมีรายละเอียดของผลการจัดอันดับเป็นดังนี้

 

  1. การให้การคุ้มครองสิทธิในการครอบครองทรัพย์สิน (Property rights)

ตัวชี้วัดนี้จากการจัดอันดับประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ให้ความคุ้มครองสิทธิในการครอบครองทรัพย์สินในอันดับสูงสุดของกลุ่มประชาคม AEC และเป็นอันดับ 2 ของโลก มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 6.20

รองลงมาเป็นของประเทศประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศไทย มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 5.30 , 4.30 , 4.30 และ 4.10 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 2 , 3 , 4 และ 5  ของกลุ่มประชาคม AEC และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 26 , 59 , 61 และ 72  ของโลกตามลำดับ

สำหรับประเทศที่ให้การคุ้มครองสิทธิในการครอบครองทรัพย์สินค่อนข้างต่ำในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 3.30 , 3.60 และ 3.60 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 , 7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 118 , 101 และ 95  ของโลกตามลำดับ

ส่วนประเทศที่ให้การคุ้มครองสิทธิในการครอบครองทรัพย์สินต่ำสุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศพม่า มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.70 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 9 ของกลุ่มประชาคม AEC และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ ของโลก

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม การให้การคุ้มครองสิทธิในการครอบครองทรัพย์สิน (Property rights)

1.Table Property rights

แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม การให้การคุ้มครองสิทธิในการครอบครองทรัพย์สิน (Property rights)

1.Graph Property rights

  1. การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property protection)

ตัวชี้วัดนี้จากการจัดอันดับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ในอันดับสูงสุดของกลุ่มประชาคม AEC และเป็นอันดับ 2 ของโลก มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 6.20

รองลงมาเป็นของประเทศประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 5.20 , 4.10 , 3.70 และ 3.60 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 2 , 3 , 4 และ 5 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 25 , 43 , 66 และ 76  ของโลกตามลำดับ

สำหรับประเทศที่ให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระดับค่อนข้างต่ำในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม และประเทศไทย มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.80 . 3.10 และ 3.10 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 , 7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 120 , 105 และ 104  ของโลกตามลำดับ

ส่วนประเทศที่ให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาต่ำสุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ ประเทศพม่า มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.70 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 9 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 123 ของโลก

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property protection)

2.Yable Intellrctual property protection

แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property protection)

2.Graph Intellrctual property protection

  1. ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds)

จากการจัดอันดับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐต่ำที่สุด ในอันดับสูงสุดของกลุ่มประชาคม AEC และเป็นอันดับ 6 ของโลก มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 6.10

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds)

3.Table Diversion private fund

แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds)

3.Gtaph Diversion private fund

 

รองลงมาเป็นของประเทศมาเลเซีย ลาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศอินโดเนเซีย และประเทศเวียดนาม มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 4.80 , 3.40 , 3.40 และ 3.20 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 2 ,3 , 4 และ 5 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐมากที่ที่สุดโดยอยู่ที่อันดับ 26 , 59 , 63 และ 76  ของโลกตามลำดับ

สำหรับประเทศที่ที่มีความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐในระดับค่อนข้างสูง ในกลุ่มประชาคม AEC. ได้แก่ประเทศกัมพูชา ประเทศไทย และประเทศฟิลิปปินส์ มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.60 , 2.60 แบะ 3.10 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 , 7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 113 , 108 และ 78  ของโลกตามลำดับ

ส่วนประเทศที่ที่มีความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐสูงที่สุดในกลุ่มประชาคม AEC. ได้แก่ประเทศพม่า มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.40 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 9 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 122 ของโลก

 

  1. ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐ (Public trust in politicians)

ตัวชี้วัดนี้จากการจัดอันดับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่ให้ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐในอันดับสูงสุดของกลุ่มประชาคม AEC และเป็นอันดับ 1 ของโลก มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 6.20

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐ (Public trust in politicians)

4.Table Public trust in polticain

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐ (Public trust in politicians)

4.Graph Public trust in polticain

รองลงมาเป็นของประเทศประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  และประเทศเวียดนาม มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 4.70 ,3.90 , 3.60 และ 3.40 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 2 , 3 , 4 และ 5 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 17 , 29 , 37 และ 49  ของโลกตามลำดับ

สำหรับประเทศที่ให้ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐในระดับค่อนข้างต่ำ ในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศกัมพูชา ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศพม่า มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.60 , 3.00 และ 3.40 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 , 7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 91 , 89 และ 72  ของโลกตามลำดับ

ส่วนประเทศที่ให้ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐต่ำสุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศไทย มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 1.90 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 9 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 129 ของโลก

  1. การใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการ (Irregular payments and bribes)

ตัวชี้วัดนี้จากการจัดอันดับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีการใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการค่อนข้างต่ำ ในอันดับสูงสุดของกลุ่มประชาคม AEC และเป็นอันดับ 3 ของโลก มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 6.50

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม การใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการ (Irregular payments and bribes)

5.Table Irreguration payment

รองลงมาเป็นของประเทศประเทศมาเลเซีย ประเทศไทย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศอินโดเนเซีย มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 4.90 , 3.70 , 3.60 และ 3.60 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 2 , 3 , 4 และ 5 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 37 , 84 , 86 และ 87  ของโลกตามลำดับ

สำหรับประเทศที่มีการใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการค่อนข้างต่ำ ในอันคับที่ต่ำที่สุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.80 , 3.20 และ 3.40 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 , 7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 129 , 109 และ 96  ของโลกตามลำดับ

ส่วนประเทศที่มีการใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการค่อนข้างต่ำ ในอันคับที่ต่ำที่สุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศพม่า มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.30 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 9 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 139 ของโลก

แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม การใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการ (Irregular payments and bribes)

5.Graph Irreguration payment

  1. ความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรม (Judicial independence)

ตัวชี้วัดนี้จากการจัดอันดับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรม ในอันดับสูงสุดของกลุ่มประชาคม AEC และเป็นอันดับ 20 ของโลก มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 5.70

รองลงมาเป็นของประเทศประเทศมาเลเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศอินโดเนเซีย และประเทศไทย มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 4.90 , 3.90 , 3.90 และ 3.80 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 2, 3 , 4 และ 5  ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 31 , 61 , 63 และ 68  ของโลกตามลำดับ

สำหรับประเทศที่มีความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรมต่ำสุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม และประเทศฟิลิปปินส์ มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.60 , 3.40  และ 3.60 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 , 7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 117 , 88 และ 87  ของโลกตามลำดับ

ส่วนประเทศที่มีความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรมต่ำสุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศกัมพูชา มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.30 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 9 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 129 ของโลก

 

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรม (Judicial independence)

6.Table Judicial independent

แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรม (Judicial independence)

 6.Graph Judicial independent

  1. ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ (Favoritism in decisions of government officials)

ตัวชี้วัดนี้จากการจัดอันดับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐค่อนข้างต่ำ ในอันดับสูงสุดของกลุ่มประชาคม AEC และเป็นอันดับ 3 ของโลก มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 5.40

รองลงมาเป็นของประเทศมาเลเซีย  ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  และประเทศฟิลิปปินส์ มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 4.50 , 3.90 , 3.70 และ 3.10 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 2 , 3 , 4 และ 5  ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 14 , 33 , 38 และ 66  ของโลกตามลำดับ

สำหรับประเทศที่มีความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ ในระดีบที่ค่อนข้างสูง ในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ประเทศไทย และประเทศเวียดนาม มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.60 , 2.80 และ 3.00 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 , 7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 102 , 88 และ 74  ของโลกตามลำดับ

ส่วนประเทศที่มีความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ ในระคับที่สูงที่สุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศพม่า มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.30 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 9 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 127 ของโลกตามลำดับ

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ  (Favoritism in decisions of government officials)

7.Table Favoritism in decision of govt

แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ  (Favoritism in decisions of government officials)

 7.Graph Favoritism in decision of govt

  1. การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending)

ตัวชี้วัดนี้จากการจัดอันดับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีการสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ ในนะดับต่ำที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC และเป็นอันดับ 3 ของโลก มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 5.90

รองลงมาเป็นของ ประเทศมาเลเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศอินโดเนเซีย และประเทศฟิลิปปินส์ มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 4.90 , 4.10 , 3.90 และ 3.30 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 2 , 3 , 4 และ 5 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 8 , 25 , 29 และ 60  ของโลกตามลำดับ

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending)

8.Table Wastefulness of govt. spending

แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending)

8.raph Wastefulness of govt. spending

สำหรับประเทศที่มีการสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ ในระคับที่ค่อนข้างสูงในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม และประเทศพม่า มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.50 , 2.90 และ 3.00 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 , 7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 110 , 83 และ 78 ของโลกตามลำดับ

ส่วนประเทศที่มีการสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ ในระคับที่สูงที่สุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศไทย มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.50 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 9 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 115 ของโลก

  1. ภาระจากข้อกำหนดระเบียบปฏิบัติของภาครัฐ (Burden of government regulation)

ตัวชี้วัดนี้จากการจัดอันดับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีภาระจากข้อกำหนดระเบียบปฏิบัติของภาครัฐค่อนข้างต่ำ ในอันดับสูงสุดของกลุ่มประชาคม AEC และเป็นอันดับ 2 ของโลก มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 5.20

รองลงมาเป็นของประเทศมาเลเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศอินโดเนเซีย และประเทศฟิลิปปินส์ มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 5.00 , 4.00 , 4.00 และ 3.40 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 2 , 3 , 4 และ 5 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 4 , 23 , 26 และ 73  ของโลกตามลำดับ

สำหรับประเทศที่มีภาระจากข้อกำหนดระเบียบปฏิบัติของภาครัฐ ในระดับที่ต่อนข้างสูงในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศเวียดนาม ประเทศไทย และประเทศกัมพูชา มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 3.10 , 3.30 และ 3.40 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 , 7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 101 , 89 และ 85 ของโลกตามลำดับ

ส่วนประเทศที่มีภาระจากข้อกำหนดระเบียบปฏิบัติของภาครัฐในระดับสูงที่สุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศพม่า มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.90 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 9 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 113 ของโลก

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ภาระจากข้อกำหนดระเบียบปฏิบัติของภาครัฐ (Burden of government regulation)

9.Table Burden of got. regulation

 แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ภาระจากข้อกำหนดระเบียบปฏิบัติของภาครัฐ (Burden of government regulation)

9.Graph Burden of got. regulation

10.ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการโต้แย้งข้อกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in settling disputes)

ตัวชี้วัดนี้จากการจัดอันดับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการโต้แย้งข้อกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ ในอันดับสูงสุดของกลุ่มประชาคม AEC และเป็นอันดับ 1 ของโลก มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 6.20

รองลงมาเป็นของประเทศมาเลเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศอินโดเนเซีย และประเทศไทย มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 5.30 , 4.30 , 4.10 และ 3.80 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 2 , 3 , 4 และ 5 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 14 , 38 , 43 และ 62  ของโลกตามลำดับ

สำหรับประเทศที่มีประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการโต้แย้งข้อกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจในอันคับที่ต่ำที่สุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม และประเทศฟิลิปปินส์ มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 3.10 , 3.40 และ 3.70 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 ,7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 114 , 89 และ 68 ของโลกตามลำดับ

ส่วนประเทศที่มีประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการโต้แย้งข้อกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจในอันคับที่ต่ำที่สุดในกลุ่มประชาคม AEC ได้แก่ประเทศพม่า มีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.70 โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 9 ของกลุ่มประชาคม AEC  และถูกจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 125 ของโลก

 

ตาราง อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการโต้แย้งข้อกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in settling disputes)

10.Efficiency of legal framework

แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถการแข่งขัน จำแนกตาม ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการโต้แย้งข้อกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in settling disputes)

10.Graph Efficiency of legal framework

สำหรับในตอนหน้านั้น จะนำเสนอในเรื่อง การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันจำแนกตามประเภทแกนหลักสำคัญการประเมินของประเทศในกลุ่ม ประชาคม AEC เสาหลักที่ 1 ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) Part 3. ซึ่งเป็นรายละเอียดของปัจจัยตัวชี้วัด 11 ตัวชี้วัดที่เหลือ

 

 

siamissara@gmail.com

 

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557 ตอนที่ 10

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557

ตอนที่ 10 การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันจำแนกตามประเภทเสาหลักสำคัญการประเมิน เสาหลักที่ 1 ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions)

Part 1.

cover1

 

 

ตัวชี้วัดเสาหลักแรกนี้เป็นตัวชี้วัดด้านสภาพแวดล้อมในด้านกฏหมายและการบริหารจัดการภายใต้กรอบของเอกชน องค์กร และรัฐบาลที่มีผลต่อการสร้างความมั่งคั่ง ความสำคัญของกลไกด้านสภาพแวดล้อมด้านสถาบันต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพและความเที่ยงธรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการคลี่คลายวิกฤตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีและสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในเวทีเศรษฐกิจโลก นอกจากนั้นยังส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงทุน และการจัดองค์กรที่สนองต่อการผลิตที่ให้ผลประโยชน์อันคุ้มค่าและมีต้นทุนการดำเนินการที่เหมาะสมของผู้ประกอบการในแต่ละประเทศ

ตัวขี้วัดด้านสถาบันนี้มีทั้งหมด 21 ปัจจัยตัวชี้วัด ประกอบด้วย

  1. การให้การคุ้มครองสิทธิในการครอบครองทรัพย์สิน (Property rights)
  2. การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property protection)
  3. ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds)
  4. ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐ (Public trust in politicians)
  5. การใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการ (Irregular payments and bribes)
  6. ความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรม (Judicial independence)
  7. ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ (Favoritism in decisions of government officials)
  8. การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending)
  9. ภาระจากข้อกำหนดระเบียบปฏิบัติของภาครัฐ (Burden of government regulation)
  10. ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการโต้แย้งข้อกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in settling disputes)
  11. ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in challenging regs)
  12. ความโปร่งใสในการกำหนดนโยบายของรัฐบาล (Transparency of government policymaking)
  13. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมการก่อการร้าย (Business costs of terrorism)
  14. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมตวามรุนแรงและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (Business costs of crime and violence.)
  15. อาชญกรรมในองค์กร (Organized crime)
  16. ศักยภาพและความน่าเชื่อถือของงานด้านการตำรวจ (Reliability of police services)
  17. จริยธรรมของการดำเนินธุรกิจเอกชน (Ethical behavior of firms)
  18. ความเข้มแข็งของระบบมาตรฐานการตรวจสอบและการจัดทำรายงานด้านบัญชี (Strength of auditing and reporting standards)
  19. ประสิทธิภาพของคณะกรรมการบริษัท (Efficacy of corporate boards)
  20. การปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อย (Protection of minority shareholders’ interests)
  21. การปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในบริษัท (Strength of investor protection)

 

ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions)

จากการประเมินตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ในปี 2557 นั้น มีระดับคะแนนเฉลี่ยลดลงจากปี 2556 โดยในปี 2557 มีระดับคะแนนเฉลี่ยของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC จากตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) นี้ คิดเป็น 4.02 ลดลงจากปี 2556 ที่มีระดับคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.14 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเฉลี่ยลดลงจากปี 2556 ร้อยละ 2.89 ซึ่งผลจากการประเมินนั้นประเทศสิงคโปร์ได้รับการประเมินให้เป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในบรรดาประทศที่อย่ในกลุ่มประชาคม AEC. และได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่  3 ของโลก  โดยมีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 5.98

รองลงมาเป็นประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตบประชาชนลาว และประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่  2 , 3 , 4 และ 5 ของกลุ่มประชาคม AEC  และได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่  20 , 53 , 63 และ 67 ของโลกตามลำดับ โดยมีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 5.11, 4.11 , 3.92 และ 3.86 ตามลำดับ

สำหรับประเทศที่มีระดับขีดความสามารถในการแข่งขันค่อนต่ำในกลุ่มประชาคม AEC. ได้แก่ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม และประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 8 , 7 และ 6 ของกลุ่มประชาคม AEC  และได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 119 , 92 และ 84 ของโลกตามลำดับ โดยมีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 3.25 , 3.51 และ 3.66 ตามลำดับ

ส่วนประเทศที่มีระดับขีดความสามารถในการแข่งขันค่อนต่ำในกลุ่มประชาคม AEC. ได้แก่ประเทศพม่า ได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่  9 ของกลุ่มประชาคม AEC  และได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่  136 ของโลกตามลำดับ โดยมีระดับคะแนนจากการประเมินอยู่ที่ 2.80 ตามลำดับ

ตาราง อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC : ตัวขี้วัดเสาหลักที่ 1 ตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions)

1.Table Institutions

แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC : ตัวขี้วัดเสาหลักที่ 1 ตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions)

1.Graph 1 Institutions

สำหรับรายละเอียดของการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยใช้ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบันของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. มีรายละเอียดดังนี้

  1. ประเทศสิงคโปร์ ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 1 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน โดยครองตำแหน่งนี้มาอย่างต่อเนื่องและยังได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 3 ของโลก ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศสิงคโปร์ได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 5.98 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 6.04 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถลดลงจากปีก่อนร้อยละ 0.99

จุดเด่นของปัจจัยต่าง ๆ ในด้านสถาบันของประเทศสิงคโปร์ ประกอบด้วย

  1. การปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในบริษัท (Strength of investor protection) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่30 จากคะแนนเต็ม 10.00
  2. อาชญกรรมในองค์กร (Organized crime) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60
  3. การใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการ (Irregular payments and bribes) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่50
  4. ความเข้มแข็งของระบบมาตรฐานการตรวจสอบและการจัดทำรายงานด้านบัญชี (Strength of auditing and reporting standards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่20
  5. จริยธรรมของการดำเนินธุรกิจเอกชน (Ethical behavior of firms) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 20 และ
  6. ศักยภาพและความน่าเชื่อถือของงานด้านการตำรวจ (Reliability of police services) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่20

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดแข็ง : สิงคโปร์

2.Graph  strength singapore

สำหรับปัญหาด้านสถาบันของประเทศสิงคโปร์นั้นประกอบด้วย

  1. ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in challenging regs) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่40
  2. ภาระจากข้อกำหนดระเบียบปฏิบัติของภาครัฐ (Burden of government regulation) ได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่20
  3. ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ (Favoritism in decisions of government officials) ได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่40
  4. การปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อย (Protection of minority shareholders’ interests) ได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่50
  5. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมการก่อการร้าย (Business costs of terrorism) ได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70 และ
  6. ความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรม (Judicial independence) ได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดอ่อน : สิงคโปร์

3.Gaph weakness singapore

  1. ประเทศมาเลเซีย ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 2 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน โดยเป็นการจัดอันดับขยับขึ้นจากการจัดอันดับจากปี 2556 ที่ถูกจัดในอันดับที่ 3 ซึ่งขยับขึ้นมา 1 อันดับ และยังได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 20 ของโลก โดยอันดับในระดับโลกขยับขึ้นจากปี 2556 ที่อยู่ในอันดับที่ 29 ซึ่งขยับขึ้นมา 9 อันดับ จากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศมาเลเซียได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 5.11 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 4.85 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 5.36

จุดเด่นของปัจจัยต่าง ๆ ในด้านสถาบันของประเทศมาเลเซีย ประกอบด้วย

  1. การปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในบริษัท (Strength of investor protection) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70
  2. ความเข้มแข็งของระบบมาตรฐานการตรวจสอบและการจัดทำรายงานด้านบัญชี (Strength of auditing and reporting standards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70
  3. ประสิทธิภาพของคณะกรรมการบริษัท (Efficacy of corporate boards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60
  4. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมการก่อการร้าย (Business costs of terrorism) ค่อนข้างค่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่40 และ
  5. การปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อย (Protection of minority shareholders’ interests ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่30

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดแข็ง : มาเลเซีย

4.Graph strength malaysia

สำหรับปัญหาด้านสถาบันของประเทศมาเลเซียนั้นประกอบด้วย

  1. ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ (Favoritism in decisions of government officials) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่50
  2. ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐ (Public trust in politicians) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70
  3. ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in challenging regs) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่80
  4. ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่80 และ
  5. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมตวามรุนแรงและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (Business costs of crime and violence.) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่90

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดอ่อน : มาเลเซีย

5.Graph weakness malaysia

  1. ประเทศอินโดเนเซีย ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 3 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน โดยเป็นการจัดอันดับลดลงจากการจัดอันดับจากปี 2556 ที่ถูกจัดในอันดับที่ 5 ที่ลดลงมา 2 อันดับ และยังได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 53 ของโลก โดยขยับอันดับในระดับโลกขึ้นมาจากอันดับที่ 67 ในปี 2556 ขยับขึ้นมา 14 อันดับ ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศอินโดเนเซียได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 4.11 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 3.97 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 3.53

จุดเด่นของปัจจัยต่าง ๆ ในด้านสถาบันของประเทศอินโดเนเซียประกอบด้วย

  1. การปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในบริษัท (Strength of investor protection) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่00
  2. ประสิทธิภาพของคณะกรรมการบริษัท (Efficacy of corporate boards)ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่80
  3. การปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อย (Protection of minority shareholders’ interests) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60
  4. ความเข้มแข็งของระบบมาตรฐานการตรวจสอบและการจัดทำรายงานด้านบัญชี (Strength of auditing and reporting standards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60 และ
  5. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมการก่อการร้าย (Business costs of terrorism) ค่อนข้างต้ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60

สำหรับปัญหาด้านสถาบันของประเทศอินโดเนเซียนั้นประกอบด้วย

  1. ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่40
  2. การใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการ (Irregular payments and bribes) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60
  3. ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐ ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ (Public trust in politicians)80
  4. ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in challenging regs) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่80 และ
  5. การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่90

 

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดแข็ง : อินโดเนเซีย

 6.Graph streangth indonesia

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดอ่อน : อินโดเนซีย

7.Graph weakness indonesia

  1. ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 4 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน โดยยังสามารถรักษาอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันเท่ากับปีก่อน และยังได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 63 ของโลก ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 3.92 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 4.00 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถลดลงจากปีก่อนร้อยละ 2.00

จุดเด่นของปัจจัยต่าง ๆ ในด้านสถาบันของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประกอบด้วย

  1. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมการก่อการร้าย (Business costs of terrorism) ค่อนข้างต้ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่20
  2. ประสิทธิภาพของคณะกรรมการบริษัท (Efficacy of corporate boards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10
  3. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมตวามรุนแรงและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (Business costs of crime and violence.) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่00
  4. อาชญกรรมในองค์กร (Organized crime) ค่อนข้างค่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70 และ
  5. การปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อย (Protection of minority shareholders’ interests) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่30

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดแข็ง : สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 8.Graph strength Lao

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดอ่อน : สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

9.Graph weakness Lao

สำหรับปัญหาด้านสถาบันของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้นประกอบด้วย

  1. การปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในบริษัท (Strength of investor protection) ค่อนข้างตา โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70
  2. ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in challenging regs) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่80
  3. การใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการ (Irregular payments and bribes) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่40
  4. ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่40 และ
  5. ความโปร่งใสในการกำหนดนโยบายของรัฐบาล (Transparency of government policymaking) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่50

 

  1. ประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 5 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน โดยเป็นการจัดอันดับขยับขึ้นจากอันดับที่ 7 ปี 2556 ซึ่งขยับขึ้นมา 2 อันดับ และยังได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 67 ของโลก โดยขยับขึ้นจากอันดับในระดับโลกจากอันดับที่ 79 ในปี 2556 ซึ่งขยับขึ้นมา 12 อันดับ ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศฟิลิปปินส์ได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 3.86 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 3.76 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.66

จุดเด่นของปัจจัยต่าง ๆ ในด้านสถาบันของประเทศฟิลิปปินส์ประกอบด้วย

  1. ประสิทธิภาพของคณะกรรมการบริษัท (Efficacy of corporate boards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10
  2. ความเข้มแข็งของระบบมาตรฐานการตรวจสอบและการจัดทำรายงานด้านบัญชี (Strength of auditing and reporting standards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10
  3. อาชญกรรมในองค์กร (Organized crime) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70
  4. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมการก่อการร้าย (Business costs of terrorism) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60 และ
  5. การปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อย (Protection of minority shareholders’ interests) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่50

สำหรับปัญหาด้านสถาบันของประเทศฟิลิปปินส์นั้นประกอบด้วย

  1. ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐ (Public trust in politicians) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60
  2. ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ (Favoritism in decisions of government officials) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10
  3. ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10
  4. การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่30 และ
  5. ภาระจากข้อกำหนดระเบียบปฏิบัติของภาครัฐ (Burden of government regulation) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่40

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดอข็ง : ฟิลิปปินส์

 10.Graph stength phillippines

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดอ่อน : ฟิลิปปินส์

11.raph weakness Philippines

  1. ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 6 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน โดยเป็นการจัดอันดับเท่ากับปี 2556 และยังได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 84 ของโลก โดยลดอันดับในระดับโลกลงมาจากอันดับที่ 78 ในปี 2556 ลดลงมา 6 อันดับ ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศไทยได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 3.66 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 3.89 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถลดลงจากปีก่อนร้อยละ 5.91

จุดเด่นของปัจจัยต่าง ๆ ในด้านสถาบันของประเทศไทยประกอบด้วย

  1. การปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในบริษัท (Strength of investor protection) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70
  2. ความเข้มแข็งของระบบมาตรฐานการตรวจสอบและการจัดทำรายงานด้านบัญชี (Strength of auditing and reporting standards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10
  3. การปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อย (Protection of minority shareholders’ interests) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่90
  4. ประสิทธิภาพของคณะกรรมการบริษัท (Efficacy of corporate boards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่  70 และ
  5. อาชญกรรมในองค์กร (Organized crime) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่50

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดแข็ง :  ประเทศไทย 

12.Graph strength Thailand

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดอ่อน :  ประเทศไทย

13.Graph weaknrss Thailand 

 

สำหรับปัญหาด้านสถาบันของประเทศไทยนั้นประกอบด้วย

  1. ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่90
  2. การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่50
  3. ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60
  4. ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ (Favoritism in decisions of government officials)  ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่80 และ
  5. การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property protection) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10
  1. ประเทศเวียดนาม ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 7 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน โดยเป็นการจัดอันดับขยับขันจากอันดับที่ 9 ปี 2556 ซึ่งเพิ่มขึ้นมา 2 อันดับ และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 92 ของโลก โดยลดลงจากอันดับในระดับโลกจากอันดับที่ 98 ในปี 2556 ซึ่งลดลงมา 6 อันดับ ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศเวียดนามได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 3.51 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 3.54 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถลดลงจากปีก่อนร้อยละ 0.85

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดแข็ง :  เวียดนาม

14.Graph strength Vietnam

จุดเด่นของปัจจัยต่าง ๆ ในด้านสถาบันของประเทศเวียดนามประกอบด้วย

  1. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมการก่อการร้าย (Business costs of terrorism) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่80
  2. อาชญกรรมในองค์กร (Organized crime) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60
  3. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมตวามรุนแรงและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (Business costs of crime and violence.) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่50
  4. ประสิทธิภาพของคณะกรรมการบริษัท (Efficacy of corporate boards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่  80 และ
  5. ศักยภาพและความน่าเชื่อถือของงานด้านการตำรวจ (Reliability of police services) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70

สำหรับปัญหาด้านสถาบันของประเทศเวียดนามนั้นประกอบด้วย

  1. การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่90
  2. ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ (Favoritism in decisions of government officials) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่00
  3. ภาระจากข้อกำหนดระเบียบปฏิบัติของภาครัฐ (Burden of government regulation) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10
  4. การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property protection) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10 และ
  5. ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in challenging regs) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่20

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดอ่อน :  เวียดนาม

15.Graph weakness Vietnam

  1. ประเทศกัมพูชา ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 8 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน โดยเป็นการจัดอันดับเท่ากับอันดับปี 2556 และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 119 ของโลก โดยลดลงจากอันดับในระดับโลกจากอันดับที่ 91 ในปี 2556 ซึ่งลดลงมา 28 อันดับ ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศกัมพูชาได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 3.25 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 3.61 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถลดลงจากปีก่อนร้อยละ 9.97

จุดเด่นของปัจจัยต่าง ๆ ในด้านสถาบันของประเทศกัมพูชาประกอบด้วย

  1. การปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในบริษัท (Strength of investor protection) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่30
  2. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมการก่อการร้าย (Business costs of terrorism) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่70
  3. อาชญากรรมในองค์กร (Organized crime) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่50
  4. ประสิทธิภาพของคณะกรรมการบริษัท (Efficacy of corporate boards) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่20 และ
  5. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมตวามรุนแรงและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (Business costs of crime and violence.) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดแข็ง :  กัมพูชา

 16.Graph strebgth Cambodia

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดอ่อน :  กัมพูชา

17.Graph weakness Cambodia

สำหรับปัญหาด้านสถาบันของประเทศกัมพูชานั้นประกอบด้วย

  1. ความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรม (Judicial independence) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่30
  2. การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่50
  3. ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ (Favoritism in decisions of government officials) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60
  4. ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อนักการเมืองและอำนาจรัฐ (Public trust in politicians) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60 และ
  5. ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่60
  1. ประเทศพม่า ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 9 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 136 โดยขยับขึ้นจากอันดับในระดับโลกจากอันดับที่ 141 ในปี 2556 ซึ่งขยับขึ้นมา 5 อันดับ ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศเพม่าได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 2.80 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่เทากับปี 2556

จุดเด่นของปัจจัยต่าง ๆ ในด้านสถาบันของประเทศพม่าประกอบด้วย

  1. ประสิทธิภาพของคณะกรรมการบริษัท (Efficacy of corporate boards) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10
  2. จริยธรรมของการดำเนินธุรกิจเอกชน (Ethical behavior of firms) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่20
  3. อาชญกรรมในองค์กร (Organized crime) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10
  4. ต้นทุนทางธุรกิจในการควบคุมตวามรุนแรงและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (Business costs of crime and violence.) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่10 และ
  5. การสูญเสียสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในกระบวนการดำเนินของภาครัฐ (Wastefulness of government spending) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่00

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดแข็ง :  พม่า

18.Graph strength Myanmar

สำหรับปัญหาด้านสถาบันของประเทศพม่านั้นประกอบด้วย

  1. การปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในบริษัท (Strength of investor protection) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่30
  2. ความลำเอียงในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ (Favoritism in decisions of government officials) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่30
  3. การใช้จ่ายเงินสินบนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการ (Irregular payments and bribes) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่30
  4. ประสิทธิภาพของภาครัฐในด้านการกำหนดกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ (Efficiency of legal framework in challenging regs) ค่อนข้างต่ำ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่40 และ
  5. ความเบี่ยงเบนจากเงินการลงทุนของรัฐ (Diversion of public funds) ค่อนข้างสูง โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่40

แผนภูมิ ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) ที่เป็นจุดอ่อน :  พม่า

18.Graph weakness Myanmar

 

 

สำหรับในตอนหน้านั้น จะนำเสนอในเรื่อง การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันจำแนกตามประเภทแกนหลักสำคัญการประเมินของประเทศในกลุ่ม ประชาคม AEC เสาหลักที่ 1 ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) Part 2.

 

 

siamissara@gmail.com

 

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557 ตอนที่ 9

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557

ตอนที่ 9 การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันจำแนกตามประเภทแกนหลักสำคัญการประเมิน แกนที่ 1 การประเมินด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements)

World Economic Forum. ได้กำหนดกรอบในการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ เป็น 3 แกนหลัก ประกอบด้วย 12 เสาหลักที่เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ ที่จะเป็นตัวดัชนีบ่งชี้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ โดยตัวดัขนีเหล่านี้เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสถาบันทางเศรษฐกิจสังคม นโยบาย และปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับระดับผลิตภาพของประเทศ ระดับของความสำเร็จของประเทศที่ผลักดันภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะประกอบด้วยปัจจัยองค์ประกอบที่อยู่ในแบบพลวัตและปกติ สำหรับแกนหลักในการประเมิน 3 แกนหลักประกอบด้วยแกนที่ 1 เป็นการประเมินด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) แกนที่ 2 เป็นการประเมินด้านปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน (Efficiency Enhancers)   และแกนที่ 3 เป็นการประเมินด้านนวัตกรรมและปัจจัยของความเชี่ยวชาญ (Innovation and sophistication factors)

แกนที่ 1 เป็นการประเมินด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) มีทั้งสิ้น 4 เสาหลัก จำนวน 45 ปัจจัย ประกอบด้วย

  • เสาหลักที่ 1 ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) มีทั้งหมด 21 ปัจจัยตัวชี้วัด โดยมีระดับความสำคัญร้อยละ 25
  • เสาหลักที่ 2 เป็นปัจจัยด้านโครงสร้างสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ( Infrastructure) มีทั้งหมด 9 ปัจจัยตัวชี้วัด โดยมีระดับความสำคัญร้อยละ 25
  • เสาหลักที่ 3 เป็นปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic environment) มีทั้งหมด 5 ปัจจัยตัวชี้วัด โดยมีระดับความสำคัญร้อยละ 25 และ
  • เสาหลักที่ 4 เป็นปัจจัยด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นปฐมภูมิ (Health and Primary Education) มีทั้งหมด 10 ปัจจัยตัวชี้วัด โดยมีระดับความสำคัญร้อยละ 25

 

แกนที่ 1 การประเมินด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements)

ด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) เป็นแกนสำคัญแกนแรกที่ใช้ในการประเมิน โดยในการนี้ประกอบด้วย 4 เสาหลักที่มีปัจัยในการประเมินทั้งหมด 45 ปัจจัย จากการประเมินโดยอาศัยตัวชี้วัดต่าง ๆ ในปี 2557 นั้นมีภาพรวมของระดับคะแนนเฉลี่ยลดลงจากปี 2556 และปี 2555 โดยในปี 2557 มีระดับคะแนนเฉลี่ยของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC จากกลุ่มแกนหลักที่ 1 นี้ คิดเป็น 4.72 ลดลงจากปี 2556 และ 2555 ที่มีระดับคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.79 และ 4.72 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเฉลี่ยลดลงจากปี 2556 ร้อยละ1.51

 

โดยจากการประเมินในภาพรวมของแกนหลักนี้ มีการจัดอันดับของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC ได้ดังนี้

  1. ประเทศสิงคโปร์ ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 1 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) โดยครองตำแหน่งนี้มาอย่างต่อเนื่องและยังได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 1 ของโลกเช่นกัน ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศสิงคโปร์ได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 6.30 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 6.34 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 0.63

 

  1. ประเทศมาเลเซีย ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 2 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 23 ของโลก ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศมาเลเซียได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 5.53 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 5.37 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.58 และระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนี้มีอันดับสูงกว่าปี 2556 ที่อยู่อันดับที่ 27 ของโลก ซึ่งขยับขึ้นมา 4 อันดับ

 

  1. ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 3 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 40 ของโลก ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศไทยได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 5.01 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 4.81 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 3.09 และระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนี้มีอันดับสูงกว่าปี 2556 ที่อยู่อันดับที่ 49 ของโลก ซึ่งขยับขึ้นมา 9 อันดับ

 

  1. ประเทศอินโดเนเซีย ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 4 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 46 ของโลก ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศอินโดเนเซียได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 4.91 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 4.90 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 0.20 และระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนี้มีอันดับสูงกว่าปี 2556 ที่อยู่อันดับที่ 45 ของโลก ซึ่งขยับขึ้นมา 1 อันดับ

 

  1. ประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 5 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 66 ของโลก ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศฟิลิปปินส์ได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 4.63 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 4.46 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 3.81 และระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนี้มีอันดับสูงกว่าปี 2556 ที่อยู่อันดับที่ 78 ของโลก ซึ่งขยับขึ้นมา 12 อันดับ

 

  1. ประเทศเวียดนาม ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 6 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 79 ของโลก ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศเวียดนามได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 4.44 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 4.36 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 1.83 และระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนี้มีอันดับสูงกว่าปี 2556 ที่อยู่อันดับที่ 86 ของโลก ซึ่งขยับขึ้นมา 7 อันดับ

 

  1. ประเทศสาธาณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 7 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 98 ของโลก ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศสาธาณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 4.13 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 4.41 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถลดลงจากปีก่อนร้อยละ 6.35 และระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนี้มีอันดับต่ำกว่าปี 2556 ที่อยู่อันดับที่ 83 ของโลก ซึ่งลดลงมา 15 อันดับ

 

  1. ประเทศกัมพูชา ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 7 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 103 ของโลก ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศกัมพูชา ได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 4.09 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 4.18 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถลดลงจากปีก่อนร้อยละ 2.15 และระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนี้มีอันดับต่ำกว่าปี 2556 ที่อยู่อันดับที่ 99 ของโลก ซึ่งลดลงมา 4 อันดับ

 

  1. ประเทศพม่า ได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 9 สำหรับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดของกลุ่มประชาคม AEC ในด้านของตัวชี้วัดด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) และครองตำแหน่งประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 132 ของโลก ซึ่งจากคะแนนประเมินเต็ม 00 ประเทศพม่าได้คะแนนประเมินจาก WEF ที่ 3.36 สำหรับคะแนนของกลุ่มตัวชี้วัดนี้ ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่าปี 2556 ที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 3.40 โดยคิดเป็นระดับคะแนนความสามารถลดลงจากปีก่อนร้อยละ 1.18 และระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนี้มีอันดับสูงกว่าปี 2556 ที่อยู่อันดับที่ 135 ของโลก ซึ่งขยับขึ้นมา 3 อันดับ

 

ตาราง อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC: ด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements)

1. Table Basic requirement

แผนภูมิ อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC: ด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements)

1. Graph Basic requirement

 

สำหรับในตอนหน้านั้น จะนำเสนอในเรื่อง การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันจำแนกตามประเภทแกนหลักสำคัญการประเมินของประเทศในกลุ่ม ประชาคม AEC เสาหลักที่ 1 ตัวขี้วัดด้านสถาบันในด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions)

 

 

siamissara@gmail.com

 

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557 ตอนที่ 8

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557

ตอนที่ 8 สภาพปัญหาที่ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC ประสบในการดำเนินธุรกิจ

Part 2.

cover 3

9. ปัญหาด้านอัตราเงินเฟ้อ (Inflation)

ในประเด็นปัญหาด้านอัตราเงินเฟ้อ ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านอัตราเงินเฟ้อ มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 20.50 รองลงมาเป็น ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม และประเทศพม่า โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 9.50 , 6.40 , 5.60 และ 4.00 ตามลำดับ ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศกัมพูชา เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 3.80 , 2.69 และ 1.60 ส่วนประเทศไทย เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 0.30

 แผนภูมิ ปัญหาด้านอัตราเงินเฟ้อ

 

9.Graph Inflation10. ปัญหาด้านความสามารถในการสร้างสรรกิจกรรมใหม่ ๆ ยังไม่เพียงพอ (Insufficient capacity to innovate)

ในประเด็นปัญหาด้านความสามารถในการสร้างสรรกิจกรรมใหม่ ๆ ยังไม่เพียงพอ ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านความสามารถในการสร้างสรรกิจกรรมใหม่ ๆ ยังไม่เพียงพอ มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 15.20 รองลงมาเป็นประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศกัมพูชา ประเทศพม่า ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศเวียดนาม โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 6.30 , 5.10 , 4.20 และ 2.40 ตามลำดับ ส่วน เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 2.10 , 1.50 และ 1.50 ส่วนประเทศอินโดเนเซีย เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 1.30

แผนภูมิ ปัญหาด้านความสามารถในการสร้างสรรกิจกรรมใหม่ ๆ ยังไม่เพียงพอ

10.Graph Insufficience capacity to innovate

11. ปัญหาด้านนโยบายที่ยังไม่มีเสถียรภาพ (Policy instability)

ในประเด็นปัญหาด้านนโยบายที่ยังไม่มีเสถียรภาพ ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศไทย เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านนโยบายที่ยังไม่มีเสถียรภาพ มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 11.80 รองลงมาเป็น ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา และประเทศอินโดเนเซีย โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 9.20 , 8.60 , 7.00 และ 6.90 ตามลำดับ ส่วนประเทศมาเลเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 5.90 , 5,40 และ 2.40 ส่วนประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 1.70

แผนภูมิ ปัญหาด้านนโยบายที่ยังไม่มีเสถียรภาพ

11,Graph policy instability

12. ปัญหาด้านการสาธารณสุขที่อ่อนแอ (Poor public health)

ในประเด็นปัญหาด้านการสาธารณสุขที่อ่อนแอ ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศอินโดเนเซีย เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านการสาธารณสุขที่อ่อนแอ มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 2.30 รองลงมาเป็นประเทศกัมพูชา ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศมาเลเซีย และประเทศไทย โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 2.10 , 1.70 , 0.70 และ 0.60 ตามลำดับ ส่วนประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม และประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 0.50 , 0.30 และ 0.20 ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 0.10

แผนภูมิ ปัญหาด้านการสาธารณสุขที่อ่อนแอ

12.Graph Poor public health

13. ปัญหาด้านจริยธรรมการทำงานในแรงงานระดับชาติที่ต่ำ (Poor work ethic in national labor force)

ในประเด็นปัญหาด้านจริยธรรมการทำงานในแรงงานระดับชาติที่ต่ำ ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านจริยธรรมการทำงานในแรงงานระดับชาติที่ต่ำ มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 7.70 รองลงมาเป็นประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศอินโดเนเซีย โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 6.70 , 5.80 , 5.60 และ 5.30 ตามลำดับ ส่วนประเทศพม่า ประเทศไทย และประเทศกัมพูชา เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 3.80 , 3.70 และ 3.10 ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 2.10

แผนภูมิ ปัญหาด้านจริยธรรมการทำงานในแรงงานระดับชาติที่ต่ำ

13.Graph poor work ethic

14. ปัญหาด้านข้อจำกัดของกฏหมายและข้อกำหนดในการทำงานของแรงงาน (Restrictive labor regulations)

ในประเด็นปัญหาด้านข้อจำกัดของกฏหมายและข้อกำหนดในการทำงานของแรงงาน ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านข้อจำกัดของกฏหมายและข้อกำหนดในการทำงานของแรงงาน มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 28.20 รองลงมาเป็นประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศกัมพูชา และประเทศพม่า โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 5.30 , 4.90 , 4.50 และ 3.80 ตามลำดับ ส่วนประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 3.40 , 3.10 และ 1.60 ส่วนประเทศไทย เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 0.50

แผนภูมิ ปัญหาด้านข้อจำกัดของกฏหมายและข้อกำหนดในการทำงานของแรงงาน

14.Graph restrictive labor regulation

15. ปัญหาด้านอัตราภาษีที่อยู่ในระดับสูง (Tax rates)

ในประเด็นปัญหาด้านอัตราภาษีที่อยู่ในระดับสูง ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านอัตราภาษีที่อยู่ในระดับสูง มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 9.70 รองลงมาเป็น ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศอินโดเนเซีย และประเทศสิงคโปร์ โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 6.60 , 5.50 , 5.30 และ 4.70 ตามลำดับ ส่วนประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศพม่า และประเทศไทย เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 4.50 , 3.30 และ 2.60 ส่วนประเทศกัมพูชา เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 2.30

แผนภูมิ ปัญหาด้านอัตราภาษีที่อยู่ในระดับสูง

15.Graph Tax rate

16. ปัญหาด้านกฎระเบียบในเรื่องการจัดเก็บภาษี (Tax regulations)

ในประเด็นปัญหาด้านกฎระเบียบในเรื่องการจัดเก็บภาษี ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านกฎระเบียบในเรื่องการจัดเก็บภาษี มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 13.30 รองลงมาเป็น ประเทศเวียดนาม ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศพม่า และประเทศมาเลเซีย โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 8.50 , 5.20 , 4.80 และ 4.40 ตามลำดับ ส่วนประเทศกัมพูชา ประเทศอินโดเนเซีย และประเทศไทย เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 3.90 , 2.90 และ 2.40 ส่วนประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 2.30

แผนภูมิ ปัญหาด้านกฎระเบียบในเรื่องการจัดเก็บภาษี

16.Graph Tax regulation

 

สำหรับในตอนหน้านั้น จะนำเสนอ การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันจำแนกตามประเภทแกนหลักสำคัญการประเมินของประเทศในกลุ่ม ประชาคม AEC แกนหลักที่ 1

siamissara@gmail.com

 

 

 

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557 ตอนที่ 7

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557

ตอนที่ 7 สภาพปัญหาที่ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC ประสบในการดำเนินธุรกิจ

Part 1.

 

cover 2

World Economic Forum ได้กำหนดกรอบการวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ที่บรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการในแต่ละประเทศประสบในการดำเนินธุรกิจ โดยประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นั้น ในปี 2557 สภาพปัญหาที่เปฌนปัจจัยที่มีผลกระทบต่ออันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ มีรายละเอียดดังนี้

  1. ปัญหาด้านความสามารถในการเข้าสู่แหล่งเงินทุน (Access to financing)

ในประเด็นปัญหาด้านความสามารถในการเข้าสู่แหล่งเงินทุน ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านความสามารถในการเข้าสู่แหล่งเงินทุนมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 18.00 รองลงมาเป็นประเทศเวียดนาม ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศกัมพูชา และประเทศอินโดเนเซีย โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 15.90  , 14.70 , 12.20 และ 10.60 ตามลำดับ ส่วนประเทศพม่า ประเทศไทย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศมาเลเซีย เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ค่อนข้างต่ำ โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 1.60 , 3.40 , 5.00 และ 9.70

แผนภูมิ ปัญหาด้านความสามารถในการเข้าสู่แหล่งเงินทุน

1.Graph problem Access to finance

  1. ปัญหาด้านการคอร์รับชั่น (Corruption)

ในประเด็นปัญหาด้านการคอร์รับชั่น ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศไทย เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านการคอร์รับชั่น มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 21.40 รองลงมาเป็นประเทศกัมพูชา ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดเนเซีย โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 19.40  , 17.60 , 17.00 และ 15.70 ตามลำดับ ส่วนประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศเวียดนาม และประเทศพม่า เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 8.60 , 11.20 และ 13.90 ส่วนประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 0.10

แผนภูมิ ปัญหาด้านการคอร์รับชั่น

2.Graph problem Corruption

  1. ปัญหาด้านอาชญากรรมและโจรผู้ร้าย (Crime and theft)

ในประเด็นปัญหาด้านอาชญากรรมและโจรผู้ร้าย ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศมาเลเซีย เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านอาชญากรรมและโจรผู้ร้าย มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 9.50 รองลงมาเป็นประเทศอินโดเนเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศกัมพูชา และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 4.50  , 4.10 , 2.70 และ 1.60 ตามลำดับ ส่วน ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม และประเทศไทย เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 1.60 , 1.60 และ 1.00 ส่วนประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 0.10

แผนภูมิ ปัญหาด้านอาชญากรรมและโจรผู้ร้าย

3.Graph problemCrime and thief

  1. ปัญหาด้านกฎระเบียบในด้านการเคลื่อนไหวการเงินต่างประเทศ (Foreign currency regulations)

ในประเด็นปัญหาด้านกฎระเบียบในด้านการเคลื่อนไหวการเงินต่างประเทศ ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาปัญหาด้านกฎระเบียบในด้านการเคลื่อนไหวการเงินต่างประเทศ มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 7.50 รองลงมาเป็น ประเทศพม่า ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศกัมพูชา โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 6.20  , 5.90 , 3.80 และ 3.60 ตามลำดับ ส่วนประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม และประเทศฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 3.40 , 3.40 และ 0.90 ส่วน ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 0.10

แผนภูมิ ปัญหาด้านกฎระเบียบในด้านการเคลื่อนไหวการเงินต่างประเทศ

4.Graph Foreign currency regulation

  1. ปัญหาด้านความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล (Government instability/coups)

ในประเด็นปัญหาด้านความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศไทย เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาปัญหาด้านความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 21.00 รองลงมาเป็น ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศกัมพูชา และประเทศพม่า โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 5.20  , 5.20 , 4.50 และ 3.80 ตามลำดับ ส่วนประเทศเวียดนาม ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 3.70 , 1.90 และ 1.20 ส่วนประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 0.10

แผนภูมิ ปัญหาด้านความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล

5,Graph Government instability

  1. ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในด้านการให้บริการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Inadequate supply of infrastructure)

ในประเด็นปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในด้านการให้บริการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในด้านการให้บริการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 15.90 รองลงมาเป็น ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม และประเทศอินโดเนเซีย โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 13.30  , 9.40 , 8.00 และ 7.50 ตามลำดับ ส่วนประเทศพม่า ประเทศไทย และประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 7.10 , 6.30 และ 4.60 ส่วนประเทศมาเลเซีย เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 4.40

แผนภูมิ ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในด้านการให้บริการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน

6.Graph inadequte supply to infrastructure

  1. ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำของการให้การศึกษาของกำลังแรงงาน (Inadequately educated workforce)

ในประเด็นปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในด้านการให้บริการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในด้านการให้บริการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 20.30 รองลงมาเป็นประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา ประเทศพม่า และประเทศสิงคโปร์ โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 10.20 , 9.80 , 8.30 และ 7.60 ตามลำดับ ส่วนประเทศไทย ประเทศอินโดเนเซีย และประเทศมาเลเซีย เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 6.20 , 4.10 และ 3.90 ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 2.30

 

แผนภูมิ ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำของการให้การศึกษาของกำลังแรงงาน

7.Graph inadequte educated to workforce

  1. ปัญหาด้านระบบการบริหารราชการที่ยังขาดประสิทธิภาพ (Inefficient government bureaucracy)

ในประเด็นปัญหาด้านระบบการบริหารราชการที่ยังขาดประสิทธิภาพ ประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นี้ ประเทศไทย เป็นประเทศที่นักธุรกิจ และผู้ประกอบการมีความเห็นว่าปัญหาด้านระบบการบริหารราชการที่ยังขาดประสิทธิภาพ มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประชาคม AEC. โดยอยู่ที่ระดับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 12.70 รองลงมาเป็นประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศกัมพูชา ประเทศพม่า และประเทศมาเลเซีย โดยมีระดับปัญหาอยู่ที่ร้อยละ 12.60 , 11.40 , 9.70 และ 8.80 ตามลำดับ ส่วน ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศเวียดนาม เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้คิดเป็นคะแนนร้อยละ 8.30 , 6.50 และ 5.60 ส่วนประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีปัญหาในด้านนี้ต่ำที่สุด โดยคิดเป็นคะแนนร้อยละ 1.90

แผนภูมิ ปัญหาด้านระบบการบริหารราชการที่ยังขาดประสิทธิภาพ

8.Graph Insuficience govt. bureucracy

สำหรับในตอนหน้านั้น จะนำเสนอ ปัญหากลุ่มประชาคม AEC ประสบ Part 2.

 

siamissara@gmail.com

 

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557 ตอนที่ 6

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557

ตอนที่ 6 ขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของประเทศในกลุ่มประชาคม AEC

Part 2.

cover 2

ภาพรวมของศักยภาพในการแข่งขัน

อันดับที่ 6 ประเทศเวียดนาม ประเทศเวียดนามได้ถูกจัดอันดับจัดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 6 ในกลุ่มประชาคม AEC. และได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 68 ของโลก ซึ่งชยับชึ้นจากปี 2556 ที่อยู่ในอันดับที่ 70 ขึ้นมา 2 อันดับ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.23 จากคะแนนเต็ม 7.00 ซึ่งคะแนนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ปี 2556 อยู่ที่ 4.18)  ระดับขีดความสามารถ 3 แกนหลักในการประเมินนั้น ประเทศเวียดนามมีคะแนนในด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) ในอันดับที่ 79 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.40  คะแนนในด้านปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน (Efficiency Enhancers) ในอันดับที่ 74 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.00 ระดับคะแนนในด้านนวัตกรรมและปัจจัยของความเชี่ยวชาญ (Innovation and sophistication factors)ในอันดับที่ 98 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.40

 

ประเทศเวียดนามมีขีดความสามารถในการแข่งขันในปัจจัยที่ความโดดเด่นประกอบด้วย

  1. ปัจจัยด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นปฐมภูมิ (Health and Primary Education) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 90 และได้รับการจัดอันดับที่ 61 ของโลก
  2. ปัจจัยด้านขนาดตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ (Market size) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 70 และได้รับการจัดอันดับที่ 34 ของโลก
  3. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic environment) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 70 และได้รับการจัดอันดับที่ 35 ของโลก
  4. ปัจจัยทางด้านประสิทธิภาพของคลาดปรงงาน (Labor market efficiency) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 40 และได้รับการจัดอันดับที่ 49 ของโลก และ
  5. ปัจจัยทางด้านประเสิทธิภาพของตลาดสินค้า (Goods market efficiency) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 20 และได้รับการจัดอันดับที่ 78 ของโลก

แผนภูมิ ระดับคะแนนขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศเวียดนาม ปี 2557

 7.Graph vietnam index

ส่วนในด้านที่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของประเทศเวียดนามนั้นประกอบด้วย

  1. ปัญหาด้านความสามารถในการเข้าสู่แหล่งเงินทุน (Access to financing) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ90
  2. ปัญหาด้านการคอร์รับชั่น (Corruption) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ20
  3. ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำของการให้การศึกษาของกำลังแรงงาน (Inadequately educated workforce) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ20
  4. ปัญหาด้านนโยบายที่ยังไม่มีเสถียรภาพ (Policy instability) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ20 และ
  5. ปัญหาด้านกฎระเบียบในเรื่องการจัดเก็บภาษี (Tax regulations) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ50

 

แผนภูมิ ปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ประเทศเวียดนาม ปี 2557

 7.Graph vietnam problem

อันดับที่ 7 ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ถูกจัดอันดับจัดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 7 ในกลุ่มประชาคม AEC. และได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 93ของโลก ซึ่งลดลงจากปี 2556 ที่อยู่ในอันดับที่ 81 ลงมา 12 อันดับ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.91 จากคะแนนเต็ม 7.00 ซึ่งคะแนนนเฉลี่ยลดลงจากปีก่อน (ปี 2556 อยู่ที่ 4.08)  ระดับขีดความสามารถ 3 แกนหลักในการประเมินนั้น ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีคะแนนในด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) ในอันดับที่ 98 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.10  คะแนนในด้านปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน (Efficiency Enhancers) ในอันดับที่ 107 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.60 ระดับคะแนนในด้านนวัตกรรมและปัจจัยของความเชี่ยวชาญ (Innovation and sophistication factors)ในอันดับที่ 80 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.50

 

ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีขีดความสามารถในการแข่งขันในปัจจัยที่ความโดดเด่นประกอบด้วย

  1. ปัจจัยด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นปฐมภูมิ (Health and Primary Education) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 40 และได้รับการจัดอันดับที่ 90 ของโลก
  2. ปัจจัยทางด้านประสิทธิภาพของคลาดปรงงาน (Labor market efficiency) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 60 และได้รับการจัดอันดับที่ 34 ของโลก
  3. ปัจจัยทางด้านประเสิทธิภาพของตลาดสินค้า (Goods market efficiency) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 40 และได้รับการจัดอันดับที่ 59 ของโลก
  4. ปัจจัยด้านความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ (Business sophistication) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 90 และได้รับการจัดอันดับที่ 79 ของโลก และ
  5. ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งของรัฐและเอกชน ธรรมาภิบาล และความมั่นคงของสถาบัน (Institutions) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 90 และได้รับการจัดอันดับที่ 79 ของโลก

แผนภูมิ ระดับคะแนนขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปี 2557

 8.Graph lao ndex

ส่วนในด้านที่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้นประกอบด้วย

  1. ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำของการให้การศึกษาของกำลังแรงงาน (Inadequately educated workforce) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ30
  2. ปัญหาด้านความสามารถในการเข้าสู่แหล่งเงินทุน (Access to financing) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ70
  3. ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในด้านการให้บริการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Inadequate supply of infrastructure) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ30
  4. ปัญหาด้านการคอร์รับชั่น (Corruption) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ60 และ
  5. ปัญหาด้านจริยธรรมการทำงานในแรงงานระดับชาติที่ต่ำ (Poor work ethic in national labor force) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ70

 

แผนภูมิ ปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปี 2557

8.Graph Lao problem 

อันดับที่ 8 ประเทศกัมพูชา ประเทศกัมพูชาได้ถูกจัดอันดับจัดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 8 ในกลุ่มประชาคม AEC. และได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 95 ของโลก ซึ่งลดลงจากปี 2556 ที่อยู่ในอันดับที่ 88 ลงมา 8 อันดับ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.89 จากคะแนนเต็ม 7.00 ซึ่งคะแนนนเฉลี่ยลดลงจากปีก่อน (ปี 2556 อยู่ที่ 4.01)  ระดับขีดความสามารถ 3 แกนหลักในการประเมินนั้น ประเทศกัมพูชามีคะแนนในด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) ในอันดับที่ 98 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.10  คะแนนในด้านปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน (Efficiency Enhancers) ในอันดับที่ 100 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.60 ระดับคะแนนในด้านนวัตกรรมและปัจจัยของความเชี่ยวชาญ (Innovation and sophistication factors)ในอันดับที่ 116 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.20

 

ประเทศกัมพูชามีขีดความสามารถในการแข่งขันในปัจจัยที่ความโดดเด่นประกอบด้วย

  1. ปัจจัยด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นปฐมภูมิ (Health and Primary Education) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 40 และได้รับการจัดอันดับที่ 91 ของโลก
  2. ปัจจัยทางด้านประสิทธิภาพของคลาดปรงงาน (Labor market efficiency) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 60 และได้รับการจัดอันดับที่ 29 ของโลก
  3. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic environment) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 60 และได้รับการจัดอันดับที่ 80 ของโลก
  4. ปัจจัยทางด้านประเสิทธิภาพของตลาดสินค้า (Goods market efficiency) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 20 และได้รับการจัดอันดับที่ 90 ของโลก และ
  5. ปัจจัยในศักยภาพการพัฒนาของตลาดเงิน (Financial market development) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 80 และได้รับการจัดอันดับที่ 84 ของโลก

 

แผนภูมิ ระดับคะแนนขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศกัมพูชา ปี 2557

9.Graph cambodia index

ส่วนในด้านที่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของประเทศกัมพูชานั้นประกอบด้วย

  1. ปัญหาด้านการคอร์รับชั่น (Corruption) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ40
  2. ปัญหาด้านความสามารถในการเข้าสู่แหล่งเงินทุน (Access to financing) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ20
  3. ปัญหาด้านระบบการบริหารราชการที่ยังขาดประสิทธิภาพ (Inefficient government bureaucracy) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ40
  4. ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำของการให้การศึกษาของกำลังแรงงาน (Inadequately educated workforce) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ80 และ
  5. ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในด้านการให้บริการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Inadequate supply of infrastructure) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ40

 

แผนภูมิ ปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ประเทศกัมพูชา ปี 2557

9.Graph cambodia problem

อันดับที่ 9 ประเทศพม่า ประเทศพม่าได้ถูกจัดอันดับจัดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 9 ในกลุ่มประชาคม AEC. และได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 134 ของโลก ซึ่งขยีบขึ้นจากปี 2556 ที่อยู่ในอันดับที่ 139 ลงมา 5 อันดับ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.89 จากคะแนนเต็ม 7.00 ซึ่งคะแนนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ปี 2556 อยู่ที่ 3.23)  ระดับขีดความสามารถ 3 แกนหลักในการประเมินนั้น ประเทศพม่ามีคะแนนในด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) ในอันดับที่ 132 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.40  คะแนนในด้านปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน (Efficiency Enhancers) ในอันดับที่ 134 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.10 ระดับคะแนนในด้านนวัตกรรมและปัจจัยของความเชี่ยวชาญ (Innovation and sophistication factors)ในอันดับที่ 139 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 2.60

 

ประเทศพม่ามีขีดความสามารถในการแข่งขันในปัจจัยที่ความโดดเด่นประกอบด้วย

  1. ปัจจัยด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นปฐมภูมิ (Health and Primary Education) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 60 และได้รับการจัดอันดับที่ 117 ของโลก
  2. ปัจจัยทางด้านประสิทธิภาพของคลาดปรงงาน (Labor market efficiency) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 20 และได้รับการจัดอันดับที่ 72 ของโลก
  3. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic environment) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 20 และได้รับการจัดอันดับที่ 116 ของโลก
  4. ปัจจัยด้านขนาดตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ (Market size) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 70 และได้รับการจัดอันดับที่ 70 ของโลก และ
  5. ปัจจัยทางด้านประเสิทธิภาพของตลาดสินค้า (Goods market efficiency) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 70 และได้รับการจัดอันดับที่ 130 ของโลก

 

แผนภูมิ ระดับคะแนนขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศพม่า ปี 2557

 

ส่วนในด้านที่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของประเทศพม่านั้นประกอบด้วย

  1. ปัญหาด้านความสามารถในการเข้าสู่แหล่งเงินทุน (Access to financing) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ00
  2. ปัญหาด้านการคอร์รับชั่น (Corruption) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ90
  3. ปัญหาด้านระบบการบริหารราชการที่ยังขาดประสิทธิภาพ (Inefficient government bureaucracy) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ70
  4. ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำของการให้การศึกษาของกำลังแรงงาน (Inadequately educated workforce) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ70 และ
  5. ปัญหาด้านนโยบายที่ยังไม่มีเสถียรภาพ (Policy instability) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ60

 

แผนภูมิ ปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ประเทศพม่า ปี 2557

 

 

สำหรับในตอนหน้านั้น จะนำเสนอในเรื่อง ปัญหากลุ่มประชาคม AEC ประสบ Part 1.

 

siamissara@gmail.com

 

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557 ตอนที่ 5

ประเทศไทย กับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ปี 2557

ตอนที่ 5 ขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของประเทศในกลุ่มประชาคม AEC

Part 1.

cover 3

 

ภาพรวมของศักยภาพในการแข่งขัน

ในการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันในปี 2557 สำหับประเทศที่อยู่ในกลุ่มประชาคม AEC นั้นมีอยู่ 9 ประเทศ ยกเว้นประเทศบรูไน ซึ่งในปีนี้ไม่มีข้อมูลในการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยในการจัดอันดับปี 2557 นี้ระดับคะแนเฉลี่ยของขีดคว่ทสามารถในการแข่งขันจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ใช้ในการคิดคำนวณของประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. โดยรวมลดลงจากปี 2556 และปี 2555 ซึ่งในปี 2557 นี้ระดับคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.41 ลดลงจากปี 2556 ที่อยู่ที่ระดีบ 4.45 และปี 2555 ที่อยู่ที่ระดับ 4.61 จากการจัดอันดับของประเทศในกลุ่มประชาคม AEC. นั้น ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในกลุ่มประเทศที่อยู่ในประชาคม AEC. รองลงมาเป็นประเทศมาเลเซีย ประเทศไทย และประเทศอินโดเนเซีย ส่วนประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำใน AEC. ได้แก่ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

จากข้อมูลตัวชี้วัดที่ WEF ได้จัดทำขึ้นเพื่อประเมินศักยภาพของขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกขอประเทศในกลุ่มประชาคม AEC นี้ ใช้ตัวชี้วัดทั้งหมดที่ประกอบด้วยแกนหลักในการประเมิน 3 ด้าน แบ่งออกเป็นเสาหลักของตัวชี้วัด 12 เสาหลัก มีตัวชี้วัดย่อยที่เป็นปัจจัยในการประเมินจำนวนทั้งหมด 115 ปัจจัย ซึ่งผลจากการจัดทำดัชนีขีดความสามารถในการแข่งขัน มีรายละเอียดดังนี้

ตาราง ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในประชาคม AEC ปี 2557-2558

1.TableOverall index

แผนภูมิ ระดับคะแนนความสามารถในการแข่งขันของประเทศในประชาคม AEC ปี 2556-2557

 1.Graph AEC Ranking

อันดับที่ 1 ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ได้ถูกจัดอันดับจัดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มประชาคม AEC. และได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 2 ของโลก โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 5.65 จากคะแนนเต็ม 7.00 ซึ่งคะแนนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ปี 2556 อยู่ที่ 5.61)  ระดับขีดความสามารถ 3 แกนหลักในการประเมินนั้น ประเทศสิงคโปร์มีคะแนนในด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ( Basic Requirements) ในอันดับที่ 1 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 6.30 คะแนนในด้านปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน (Efficiency Enhancers) ในอันดับที่ 2 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 5.70 และระดับคะแนนในด้านนวัตกรรมและปัจจัยของความเชี่ยวชาญ (Innovation and sophistication factors)ในอันดับที่ 13 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 5.10

ประเทศสิงคโปร์มีขีดความสามารถในการแข่งขันในปัจจัยที่ความโดดเด่นประกอบด้วย

  1. ปัจจัยด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นปฐมภูมิ (Health and Primary Education) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 7 และได้รับการจัดอันดับที่ 3 ของโลก
  2. ปัจจัยด้านโครงสร้างสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ( Infrastructure) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 5 และได้รับการจัดอันดับที่ 2 ของโลก
  3. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic environment) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 1 และได้รับการจัดอันดับที่ 15 ของโลก
  4. ปัจจัยด้านการศึกษาขั้นสูงและการฝึกอบรม (Higher education and training) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 1 และได้รับการจัดอันดับที่ 2 ของโลก และ
  5. ปัจจัยด้านความพร้อมของเทคโนโลยี (Technology Readiness) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 0และได้รับการจัดอันดับที่ 7 ของโลก

แผนภูมิ ระดับคะแนนขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศสิงคโปร์ ปี 2557

2.Graph singapore index

ส่วนในด้านที่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของประเทศสิงคโปร์นั้นประกอบด้วย

  1. ข้อจำกัดของกฏหมายและข้อกำหนดในการทำงานของแรงงาน (Restrictive labor regulations) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ0
  2. ปัจจัยด้านภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ50
  3. ความสามารถในการสร้างสรรกิจกรรมใหม่ ๆ ยังไม่เพียงพอ (Insufficient capacity to innovate) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ 20
  4. ความเหลื่อมล้ำของการให้การศึกษาของกำลังแรงงาน (Inadequately educated workforce) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ60 และ
  5. จริยธรรมการทำงานในแรงงานระดับชาติที่ต่ำ (Poor work ethic in national labor force) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ60

 แผนภูมิ ปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ประเทศสิงคโปร์ ปี 2557

2.Graph singapore problem

อันดับที่ 2 ประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียได้ถูกจัดอันดับจัดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มประชาคม AEC. และได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 20 ของโลก ซึ่งชยับชึ้นจากปี 2556 ที่อยู่ในอันดับที่ 24 ขึ้นมา 4 อันดับ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 5.16 จากคะแนนเต็ม 7.00 ซึ่งคะแนนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ปี 2556 อยู่ที่ 5.93)  ระดับขีดความสามารถ 3 แกนหลักในการประเมินนั้น ประเทศมาเลเซียมีคะแนนในด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) ในอันดับที่ 23 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 5.50 ระดับคะแนนในด้านนวัตกรรมและปัจจัยของความเชี่ยวชาญ (Innovation and sophistication factors)ในอันดับที่ 17 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 6.00คะแนนในด้านปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน (Efficiency Enhancers) ในอันดับที่ 24 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.90

ประเทศมาเลเซียมีขีดความสามารถในการแข่งขันในปัจจัยที่ความโดดเด่นประกอบด้วย

  1. ปัจจัยด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นปฐมภูมิ (Health and Primary Education) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 30 และได้รับการจัดอันดับที่ 33 ของโลก
  2. ปัจจัยในศักยภาพการพัฒนาของตลาดเงิน (Financial market development) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 6 และได้รับการจัดอันดับที่ 4 ของโลก
  3. ปัจจัยด้านโครงสร้างสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Infrastructure) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 05 และได้รับการจัดอันดับที่ 25 ของโลก
  4. ปัจจัยทางด้านประเสิทธิภาพของตลาดสินค้า (Goods market efficiency) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 40 และได้รับการจัดอันดับที่ 7 ของโลก
  5. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic environment) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 30 และได้รับการจัดอันดับที่ 44 ของโลก

 

แผนภูมิ ระดับคะแนนขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศมาเลเซีย ปี 2557

3.Graph malaysia index

ส่วนในด้านที่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของประเทศมาเลเซียนั้นประกอบด้วย

  1. ปัญหาด้านการคอร์รับชั่น (Corruption) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ00
  2. ปัญหาด้านความสามารถในการเข้าสู่แหล่งเงินทุน (Access to financing) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ70
  3. ปัญหาด้านอาชญากรรมและโจรผู้ร้าย (Crime and theft) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ50
  4. ปัญหาด้านระบบการบริหารราชการที่ยังขาดประสิทธิภาพ (Inefficient government bureaucracy) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ80
  5. ปัญหาด้านอัตราภาษีที่อยู่ในระดับสูง (Tax rates) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ60

 

แผนภูมิ ปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ประเทศมาเลเซีย ปี 2557

 3.Graph malaysia problem

 

อันดับที่ 3 ประเทศไทย ประเทศไทยได้ถูกจัดอันดับจัดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มประชาคม AEC. และได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 31 ของโลก ซึ่งชยับชึ้นจากปี 2556 ที่อยู่ในอันดับที่ 37 ขึ้นมา 6 อันดับ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.66 จากคะแนนเต็ม 7.00 ซึ่งคะแนนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ปี 2556 อยู่ที่ 5.54)  ระดับขีดความสามารถ 3 แกนหลักในการประเมินนั้น ประเทศไทยมีคะแนนในด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) ในอันดับที่ 40 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 5.00  คะแนนในด้านปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน (Efficiency Enhancers) ในอันดับที่ 39 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.50 ระดับคะแนนในด้านนวัตกรรมและปัจจัยของความเชี่ยวชาญ (Innovation and sophistication factors)ในอันดับที่ 54 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.80

 แผนภูมิ ระดับคะแนนขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศไทย ปี 2557

4.Graph thailand index

ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันในปัจจัยที่ความโดดเด่นประกอบด้วย

  1. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic environment) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 00 และได้รับการจัดอันดับที่ 19 ของโลก
  2. ปัจจัยด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นปฐมภูมิ (Health and Primary Education) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 80 และได้รับการจัดอันดับที่ 66 ของโลก
  3. ปัจจัยด้านขนาดตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ (Market size) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 10 และได้รับการจัดอันดับที่ 22 ของโลก
  4. ปัจจัยมางด้านประเสิทธิภาพของตลาดสินค้า (Goods market efficiency) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 70 และได้รับการจัดอันดับที่ 30 ของโลก และ
  5. ปัจจัยในศักยภาพการพัฒนาของตลาดเงิน (Financial market development) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 60 และได้รับการจัดอันดับที่ 34 ของโลก

 

ส่วนในด้านที่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของประเทศมาเลเซียนั้นประกอบด้วย

  1. ปัญหาด้านการคอร์รับชั่น (Corruption) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ 40
  2. ปัญหาด้านความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล (Government instability/coups) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ00
  3. ปัญหาด้านระบบการบริหารราชการที่ยังขาดประสิทธิภาพ (Inefficient government bureaucracy) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ 70
  4. ปัญหาด้านนโยบายที่ยังไม่มีเสถียรภาพ (Policy instability) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ80
  5. ปัญหาด้านความสามารถในการสร้างสรรกิจกรรมใหม่ ๆ ยังไม่เพียงพอ (Insufficient capacity to innovate) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ30

แผนภูมิ ปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ประเทศไทย ปี 2557

 4.Graph thailand problrm

อันดับที่ 4 ประเทศอินโดเนเซีย ประเทศอินโดเนเซียได้ถูกจัดอันดับจัดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 4 ในกลุ่มประชาคม AEC. และได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 34 ของโลก ซึ่งชยับชึ้นจากปี 2556 ที่อยู่ในอันดับที่ 38 ขึ้นมา 4 อันดับ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.57 จากคะแนนเต็ม 7.00 ซึ่งคะแนนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ปี 2556 อยู่ที่ 4.53)  ระดับขีดความสามารถ 3 แกนหลักในการประเมินนั้น ประเทศอินโดแนเซียมีคะแนนในด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) ในอันดับที่ 46 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.90  คะแนนในด้านปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน (Efficiency Enhancers) ในอันดับที่ 46 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.40 ระดับคะแนนในด้านนวัตกรรมและปัจจัยของความเชี่ยวชาญ (Innovation and sophistication factors)ในอันดับที่ 30 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.20

 

ประเทศอินโดเซียมีขีดความสามารถในการแข่งขันในปัจจัยที่ความโดดเด่นประกอบด้วย

  1. ปัจจัยด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นปฐมภูมิ (Health and Primary Education) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 70 และได้รับการจัดอันดับที่ 74 ของโลก
  2. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic environment) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 50 และได้รับการจัดอันดับที่ 34 ของโลก
  3. ปัจจัยด้านขนาดตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ (Market size) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 30 และได้รับการจัดอันดับที่ 15 ของโลก
  4. ปัจจัยด้านความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ (Business sophistication) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 50 และได้รับการจัดอันดับที่ 34 ของโลก และ
  5. ปัจจัยในศักยภาพการพัฒนาของตลาดเงิน (Financial market development) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 50 และได้รับการจัดอันดับที่ 42 ของโลก

แผนภูมิ ระดับคะแนนขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศอินโดเนเซีย ปี 2557

5.Graph indonesia index 

ส่วนในด้านที่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของประเทศอินโดเนเซียนั้นประกอบด้วย

  1. ปัญหาด้านการคอร์รับชั่น (Corruption) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ70
  2. ปัญหาด้านความสามารถในการเข้าสู่แหล่งเงินทุน (Access to financing) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ60
  3. ปัญหาด้านอัตราเงินเฟ้อ (Inflation) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ50
  4. ปัญหาด้านระบบการบริหารราชการที่ยังขาดประสิทธิภาพ (Inefficient government bureaucracy) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ30 และ
  5. ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในด้านการให้บริการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Inadequate supply of infrastructure) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ50

 

แผนภูมิ ปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ประเทศอินโดเนเซีย ปี 2557

 5.Graph indonesia problem

อันดับที่ 5 ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศฟิลิปปินส์ได้ถูกจัดอันดับจัดความสามารถในการแข่งขันเป็นอันดับที่ 5 ในกลุ่มประชาคม AEC. และได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 52 ของโลก ซึ่งชยับชึ้นจากปี 2556 ที่อยู่ในอันดับที่ 59 ขึ้นมา 7 อันดับ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.44 จากคะแนนเต็ม 7.00 ซึ่งคะแนนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ปี 2556 อยู่ที่ 4.29)  ระดับขีดความสามารถ 3 แกนหลักในการประเมินนั้น ประเทศฟิลิปปินส์มีคะแนนในด้านความต้องการในสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Basic Requirements) ในอันดับที่ 66 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.60  คะแนนในด้านปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน (Efficiency Enhancers) ในอันดับที่ 58 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.30 ระดับคะแนนในด้านนวัตกรรมและปัจจัยของความเชี่ยวชาญ (Innovation and sophistication factors)ในอันดับที่ 39 ของโลกด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.80

ประเทศฟิลิปปินส์มีขีดความสามารถในการแข่งขันในปัจจัยที่ความโดดเด่นประกอบด้วย

  1. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic environment) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 80 และได้รับการจัดอันดับที่ 26 ของโลก
  2. ปัจจัยด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นปฐมภูมิ (Health and Primary Education) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 40 และได้รับการจัดอันดับที่ 92 ของโลก
  3. ปัจจัยด้านขนาดตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ (Market size) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 70 และได้รับการจัดอันดับที่ 35 ของโลก
  4. ปัจจัยในศักยภาพการพัฒนาของตลาดเงิน (Financial market development) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 40 และได้รับการจัดอันดับที่ 49 ของโลก และ
  5. ปัจจัยด้านการศึกษาขั้นสูงและการฝึกอบรม (Higher education and training) โดยได้รับคะแนนเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 40 และได้รับการจัดอันดับที่ 64 ของโลก

 

แผนภูมิ ระดับคะแนนขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศฟิลิปปินส์ ปี 2557

6.Graph philippines index

ส่วนในด้านที่เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของประเทศฟิลิปปินส์นั้นประกอบด้วย

  1. ปัญหาด้านการคอร์รับชั่น (Corruption) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ60
  2. ปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในด้านการให้บริการสิ่งจำเป็นพื้นฐาน (Inadequate supply of infrastructure) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ90
  3. ปัญหาด้านกฎระเบียบในเรื่องการจัดเก็บภาษี (Tax regulations) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ30
  4. ปัญหาด้านระบบการบริหารราชการที่ยังขาดประสิทธิภาพ (Inefficient government bureaucracy) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ60 และ
  5. ปัญหาด้านอัตราภาษีที่อยู่ในระดับสูง (Tax rates) โดยมีระดับความสำคัญของปัญหาที่ร้อยละ70

 

แผนภูมิ ปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ประเทศฟิลิปปินส์ ปี 2557

6.Graph philippines problem

สำหรับในตอนหน้านั้น จะนำเสนอในเรื่อง เรื่อง ขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของประเทศในกลุ่มประชาคม AEC ในประเด็น ภาพรวมของศักยภาพในการแข่งขัน สำหรับ 4 ประเทศในกลุ่ม AEC ที่เหลือ Part 2.

siamissara@gmail.com